เรื่องที่ลืมไม่ลง
posted on 05 Mar 2007 18:04 by bard in Path-of-Thoughtเมื่อเร็วๆนี้ผมไปเดินตลาดคลองเตยมา จริงๆมันก็อยู่ใกล้ๆบ้านผมนั่นแหละ แต่ผมขี้เกียจเดินข้ามถนนไป
ใจหวังจะหาซื้อกับข้าวสำเร็จกลับมากินพร้อมหาของตักบาตร แต่ด้วยความที่ตลาดมันใหญ่แถมไม่เคยเดินมาก่อน ผมก็เลยเผลอเดินลึกเข้าไปจนถึงที่ขายของสด
เห็นไก่จำนวนมากในเล้า... ไก่เป็นๆ เป็ดเป็นๆ
เริ่มรู้สึกเวทนา ด้วยคิดว่าเจ้าพวกนี้สุดทายชีวิตก็จบลงที่เขียงหรือไม่ก็หม้อต้มของบ้านใดบ้านหนึ่งสินะ
แต่อีกใจเริ่มคิดว่า ฉันน่าจะเอาผ้าปิดจมูกมาด้วย กลัวไข้หวัดนก เพราะไก่เป็นๆมันเยอะจริงๆ งงเหมือนกันว่าคนขายไม่กลัวรึไง วันๆต้องอยู่กะพวกมัน แต่ก็นะ อาชีพของเขานี่
เดินลึกเข้าไป จนทะลุหลังตลาดคลองเตย 2....
มาถึงดงขายปลาสด
ไอ้อีวานก็เดินฝ่าถังปลาดุกเป็นๆ ปลาไหลเป็นๆไป เพื่อจะหาทางออกสู่โลกภายนอกที่คุ้นเคย
แต่ระหว่างทางนั่นแหละได้เห็นอะไรที่มันแปลกตาเยอะเหมือนกัน สำหรับคนที่ไม่เคยทำกับข้าวกินอย่างผมน่ะนะ....
เห็นถังใส่ปลา มีปลามากมายเป็นๆรอความตายกันอยู่ในกะละมัง
ปลาดุก
ปลาไหล (ซึ่งเหมือนงูมากจนผมเห็นครั้งแรกยังแอบตกใจ)
กบ
ห๊า! กบ!!??
เพิ่งรู้ว่าเขาขายกบกันยังงี้เลยเหรอฟะเนี่ย
เท่าที่เห็น เขาจะจับมันใส่ตาข่ายไว้รวมๆกัน ตาข่ายนึงมียี่สิบกว่าตัวเป็นอย่างต่ำ กบเป็นๆนอนเบียดเสียดยัดเยียดกันตาแป๋ว เห็นแล้วน่าสงสารมาก มันคงอึดอัด แถมไม่รู้จะตายเมื่อไร ถ้ามีคนซื้อไปก็ไปตาย ถ้าไม่มีคนซื้อก็นอนอึดอัดหายใจไม่ออกกันต่อไป (ไม่รู้แบบไหนดีกว่ากัน)
ระหว่างเดินไปพ่อค้าแม่ค่าก็จะเรียกเราเสียงใส
"ปลาไหมจ๊า ปลา ปลาสดๆ"
"กบไหมคะ กบ"
"ปลาสดๆจ้าปลาสดๆ มีปลาดุกปลาไหลเลือกได้เลย"
ผมไปยืนหยุดดูปลาดุกตัวใหญ่ๆทีกำลังนอนนิ่งรอความตายอยู่ในถาด
"ตัวนี้ 150 จ้า" แม่ค้าบอกผม (ถูกจังวุ้ย ผมคิดในใจ น่าซื้อไปทำกินจริงๆ เว้ย ไม่ใช่ละ) "ถ้าตัวนั้นก็ 80 พวกในกะละมังนั่น 50 เลือกเอาเลยนะ"
ผมก็ได้แต่ยิ้มๆแล้วเดินจากไป คิดในใจ จะซื้อไปได้ยังไง ทำกับข้าวก็ยังไม่เป็น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องไปขอดเกล็ดปลา แล้วไปทุบหัวปลาที่บ้าน จะบ้าเรอะ ไอ้คนกำลังเข้าโหมดบ้าธรรมอย่างผมเนี่ย
ขอดเกล็ดปลา.....?
คิดไม่ทันไรผมก็หันไปเจอพ่อค้ากำลังขอดเกล็ดปลา แครด แครด
คิดในใจ น่าสงสารชิบเลย ถ้ามันยังไม่ตายจะทำยังไง มันคงแสบน่าดูเลย ถ้ามีใครเอามีดมาขูดผิวเราออกเป็นๆ....
คิดแล้วก็ขนลุกเลยรีบเดินต่อ พอจะออกจากตลาดเริ่มได้ยินเสียงขายอะไรแปลกๆมากขึ้น แมงดา (ดีที่ไม่หันไปดู ผมเกลียดแมงดามันหยึยๆเหมือนแมลงสาบตัวโตๆ) นกก็มี
ผมเดินๆไป และทันใดนั้น
ผมก็ได้ยินเสียงดัง โป๊ะ!
เลยหันไปดูด้วยความสนใจ
เห็นปลาช่อนตัวนึงกำลังนอนอยู่บนเขียง กำลังถูกพ่อค้าตีหัวนั่นเอง (มีลูกค้าคนที่มาซื้อปลายืนรออยู่ด้วย)
ผมก็คิดได้ว่า เอ้ยเราก็รู้มาว่าที่ตลาดเวลาเขาจะซื้อปลาพ่อค้าจะทุบหัวปลาดังโป๊ะๆน่าสนใจแฮะ อยากเห็นๆ ไม่มีโอกาสได้เห็นของจริงเท่าไร (เพราะตัวเองก็ไม่ทำอยู่แล้ว)
พ่อค้าเงื้อสันมีดอีโต้
ฟาดลงไปบนหัวปลาดุกดังโป๊ะ!
ปลาดิ้นแด่วๆๆ เหมือนทรมานเจียนตาย
เท่านั้นแหละ ไอ้อีวานเกิดอาการขึ้นมาทันที เสียงและภาพสันมีดฟาดโป๊ะลงบนหัวปลาดุกที่ดิ้นแด่วๆทั้งเป็นมันแทงเข้าไปในใจผม จนผมทนไม่ไหวต้องเบือนหน้าหนีแล้วรีบเดินไปให้พ้นๆ
ทุเรศจริงๆ เล่าแล้วคุณจะว่าผมเป็นอย่างไรก็ตาม จะว่ากระแดะก็คงใช่มั้ง
แต่ผมเองก็ไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ทำไมอีเรื่องแค่นี้ผมทนรับไม่ได้ กะแค่ปลาถูกทุบ วันๆที่ตลาดมีปลาตั้งเท่าไรถูกทุบอยู่แล้ว ผมจะไปแคร์ทำไม
แต่ก่อนผมก็เป็นคนที่ค่อนข้างสะใจกับการได้มีจิตใจเข้มแข็ง เห็นปลา สัตว์ ถูกฆ่าได้แบบไม่คิดอะไร ผมยังเคยคิดเลยว่าโตขึ้นวันตรุษจีนผมจะเชือดคอไก่ด้วยมือตัวเอง
มันเท่ดี....
แต่ไอ้ความเท่ที่มีใจเหี้ยมหาญนี้มันหายไปไหน(วะ)!? มันหายไปจากตัวผมจริงๆ... จนผมกลายเป็นคนที่เพียงแค่ทุบหัวปลาดุกยังทนดูไม่ได้
จะบอกว่าพอเริ่มรักษาศีลแล้วเลยแกล้งทำกระแดะไหม ก็พยายามถามตัวเองกันอุปาทาน แต่มันก็ไม่ใช่ เพราะวินาทีที่เราเบือนหน้าหนีนั้น มันเป็นไปตามธรรมชาติจริงๆ
แล้วผมก็คิดในแง่ดีว่า เอาน่า เดินไปที่อื่นเดี๋ยวผมก็ลืมเอง
ปัจจุบัน
เรื่อง(อีแค่)เดินในตลาดวันนั้นผ่านมาแล้วประมาณ 5 วัน ผมก็ยังลืมไม่ได้
ผมลืมภาพของปลาดุก ปลาไหล กบ ที่นอนรอความตายในตลาดไม่ได้ เหมือนภาพติดตาเลย
มันหลอกหลอนผมให้ผมรู้สึกว่า
ถ้ามีโอกาสชั้นจะพาพวกแกไปปล่อย
ผมอยากพาพวกเขาไปปล่อยจริงๆ
สุดท้ายนี้ต้องขอโทษที่รำพันยืดยาว ใครฟังแล้วหงุดหงิดใจ ผู้ชายอาไร๊แค่เดินตลาดก็กระแดะ ก็ไม่ว่ากัน คิดได้ตามสบาย
แต่ถ้าใครรู้ก็ช่วยถามญาติพี่น้องหรือใครก็ได้ให้ผมหน่อยว่า
ในกทม.มีวัดไหนมีเขตอภัยทานให้ปล่อยสัตว์น้ำได้บ้าง (ถ้าเป็นไปได้ให้ใกล้คลองเตยหน่อยก็ดี เดี๋ยวไกลไป ผมซื้อมันไปปล่อยมันจะได้ขาดใจตายคารถเมล์แล้วผมก็ทำบาปเขาอีก)
ถามๆพี่ป้าน้าอาก็ได้ ช่วยสงเคราะห์หน่อยนะครับถือว่าทำบุญอ้อมๆให้พวกปลาเหล่านั้น
ขอบคุณล่วงหน้าครับ.
...อาจจะกลายเป็นคนที่ไม่รู้สึกอะไรไปเสียแล้วก็ได้ นัยนึง การวางอุเบกขาได้ก็ดี เพราะทำใจรับรู้ว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ปลานั้นในชาติก่อนก็อาจเป็นผู้ฆ่ามาก่อน จึงต้องเป็นผู้ถูกฆ่าบ้าง... แต่อีกนัยนึง การปรารถนาให้สรรพสัตว์ไม่เบียดเบียนกันก็เป็นกุศลเช่นกันฮับ
#1 By Mukiki on 2007-03-05 18:06