เรื่องที่ลืมไม่ลง ภาค 2
posted on 26 May 2007 20:49 by bard in Path-of-Thoughtทุกครั้งที่ผมไปเดินตลาดคลองเตย ผมต้องกลับมาพร้อมเรื่องพวกนี้ประจำ คราวหน้าพ่อจะลองไปเดินตลาด อตก.บ้าง เผื่อมันจะไม่เจอ =A= จะกลายเป็นหนังไตรภาคแล้ว ชื่อเรื่อง เรื่องที่ลืมไม่ลง ภาค Return of the king
วันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดผม (ทะแด๊น ใครลืมอวยพรจงอวยพร ใครลืมให้ของขวัญจงรีบเอามาสังเวยข้า ฮ่าๆ /me โดนเขี่ยลงกะละมังเลี้ยงปลา)
วันเกิดผม ไม่ได้กลับบ้าน เลยตั้งใจว่า ไหนๆก็วันเกิดทั้งที พ่อจะทำความดีมันดะ เริ่มจากสังฆทาน บริจาคเลือด ถือศีล8 และปล่อยปลา
Event ที่สัมพันธ์กันคือ Event บริจาคเลือด ปล่อยปลา และถือศีล8 เหตุเพราะพอถือศีล8 หลังเที่ยงคุณจะแดร๊กอะไรไม่ได้เลยนอกจากน้ำปาณะ เมื่อบวกกับการไปบริจาคเลือดมา ร่างกายคุณจะอ่อนแอลง 40%
แต่อีตาอีวานก็ยังกระแดะจะทำบุญปล่อยปลา ต้องใช้แขนหร่อยๆ(แปลว่าแขนที่ไม่มีแรง)แบกปลาอย่างน้อยสามตัวไปปล่อย เลือดทะลักตายคาตลาดมาทำไง... (ทุกคน - สมน้ำหน้า ฮิ้ว~)
เรื่องมันก็มาจาก Event ปล่อยปลานั่นแหละครับ หลังจากคราวที่แล้วผมไปผจญปลาถูกทุบหัว และบลาๆ คราวนี้มันกลับมาหนักกว่าเดิมครับผม
เพราะสิ่งที่ผมเห็นงานนี้คือ...
1. ปลานิลตัวหนึ่ง นอนพะงาบๆอยู่บนแผง พร้อมเพื่อนผองร่วมชะตากรรม ทุกตัวมีรอยถูกกรีดสดๆสามแผลอยู่บนสีข้าง เห็นเลือดและเนื้อแดงๆสดๆ แต่ปลาตัวนี้มันไม่ตาย... มันยังไม่ตาย เขาพะงาบๆอยู่ตรงนั้น กับลำตัวที่มีแผลถูกกรีดสามแผล สายตาของเขาตอนที่ผมมอง คล้ายกับเขาจะบอกว่า ให้ฉันตายซะ ใครก็ได้ ให้ฉันตายเถอะ
(อีวาน - แล้วถ้าเป็นเรา โดนกรีดลำตัวทั้งเป็นแล้วทิ้งให้ตายทรมานแบบนั้นจะเป็นยังไง คงจะทั้งเจ็บทั้งทรมานมากแหง ไม่เอาแล้ว ตูไม่ดูแล้ว)
สัพเพ สัตตา เป็นปลาให้เขาฆ่าไม่พอ ยังต้องมาตายแบบนี้อีก น่าสงสารจริงๆ (ผมคงเลิกซื้อ+เลิกให้พ่อแม่พี่น้องซื้อปลาที่เขากรีดมาแล้วแบบนี้แน่เลย เอาที่ตายแล้วสนิทๆมากรีดก่อนลงทอดดีกว่านะครับ TAT)
2. กบ เอาล่ะ งานนี้มาแปลก มาดูกบครับ ตามที่ผมเล่าไปในภาคแรก กบเป็นๆจำนวนมากจะถูกจับใส่ตาข่าย แล้วกองทับๆๆกันไว้รอความตาย ไอ้กระผมก็อยากพามันไปปล่อยนะ แต่เขาคงไม่แบ่งขายแหงๆ แล้วจะให้แบกกบทั้งแหไปปล่อย มันก็ไม่ใช่ที่ ที่สำคัญยังกะผมกล้าจับมันทั้งยวงยังงั้นแหละ ตัวเดียวพอว่า เยอะๆผมก็แขยงมือเป็นเหมือนกันนะครับผม
กบเป็นมีขาย กบตายก็ย่อมมี แผงปลาสองสามแผงเขาจะขายกบที่ถูกถลกหนังไว้แล้ว ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละครับ กบที่ถูกถลกหนังออกจะถูกกรีดท้อง (ไม่รู้กรีดทำไม) เห็นไส้ไหลออกมาข้างนอก ตัวก็จะเหลือแต่เนื้อและกล้ามเนื้อสีขาวๆอมแดง ดูแล้วน่าสงสารปนน่ากิน (กบอร่อยนะ ใครเคยกิน) ผมก็เดินช้าๆไป ดูไป สังเวชไป แต่ก็อยากดูไป (คนอ่าน - ตกลงแกจะเอาไงเนี่ยอีวาน) และแล้วผมก็เห็นเข้าตัวนึง! มันถูกถลกหนังแล้ว กรีดท้องแล้ว แต่เขายังหายใจครับ! เหนียงใต้คอเขายังกระเพื่อม บ่งบอกว่าเขายังหายใจอยู่ อีกแล้วโว้ย อีกแล้วววววว ตัวนี้ยังมีชีวิตอยู่ทั้งๆที่หนังถูกลอกออกไปหมด ไส้ก็ถูกกรีดออกมา ผมจะบ้า ทำไมผมต้องเจออะไรเป็นๆนอนตายทรมานด้วยเนี่ย หนักกว่าปลาเมื่อกี้อีก
(อีวาน - แล้วถ้าเขากรีดท้องเราทั้งๆที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราจะรู้สึกยังไงฟระ หนังก็ถูกลอกไปแล้ว แสบ เจ็บปวด ยังมารอความตายทั้งๆที่ท้องถูกกรีดอีก? โอ้ว ไม่อ๊าว เดินซื้อปลาต่อดีกว่า)
3. เหตุการณ์เด็ดสุดประจำวัน ที่ทำเอาผมลืมไม่ลงจริงๆ (สองอันแรกเห็นบ่อยๆยังพอทำใจ แต่อันนี้เห็นแล้วไม่ไหวจริงๆ) คือผมก็เดินวนไปวนมาหลายรอบเพื่อจะหาซื้อปลาที่อยากปล่อย ดูราคาหลายๆร้านด้วย แน่นอน ผมก็ต้องผ่านร้านกบหลายรอบเหมือนกัน
แผงกบด้านซ้ายมีกบตายและกบแหวะท้องเป็นๆ แผงกบด้านขวา....
แผงกบด้านขวากำลังถลกหนังกบครับ ถลกหนังกบ!!ไอ้ผมก็นึกว่าเขาจะกรีดท้องมันก่อนจนมันตายแล้วค่อยถลก ปล่าวเลย เขาหยิบมันมาจากตาข่ายนั่น แล้วก็ถลกมันเป็นๆ!เสียงดังแคว่ก.. เอี๊ยด... ปึด...ติ๊ต่างว่าเหมือนเราถลกปลอกหนังออกจากอะไรสักอย่างแบบนั้นแหละครับ แล้วเขาไม่ได้ถลกปรกติด้วยนะ เขาถลกแบบถลกจริงๆ จะอุปมาแบบไม่ให้เสียน้ำใจมันก็....คล้ายๆปอบกระชากไส้คน อารมณ์ท่าทางแม่ค้าเป็นแบบนั้นเลยง่ะ (ไม่ได้ว่าแม่ค้านะ แต่มันเรื่องจริง TAT)เขาจับขามันเหมือนมันเป็นอะไรสักอย่างแล้วไม่มีชีวิต แล้วออกแรงดึงมันสดๆแบบเต็มแรง นั่นส่งผลให้มีเสียงดังที่ผมบอก Sceneนี้ไม่ไหวแล้วครับ มันเป็นหนังสยองขวัญของผมจริงๆ และแน่นอน พอถลกเสร็จเขาก็โยนมันไปกองๆไว้ รอการผ่าไส้ต่อไป...
ผมได้แต่หวังว่าคราวหน้าผมไปตลาด ผมจะไม่เจอ Scene แบบวันนี้ทำใจแล้วก็ไม่ไหว นี่แหละที่เขาเรียกว่าลืมไม่ลง
ต่อจากนั้น ผมก็ได้ปลามา
ปลานิล 1 ตัว 40บาท (ตัวใหญ่มาก ผมเห็นตัวที่เขาจับแช่น้ำแข็งไว้นอนหายใจและมองผมให้ช่วย ผมบอกแม่ค้าเอาตัวนั้น แม่ค้าบอกไม่ไหวหรอก มันอ่อนแอ ปล่อยไปมันก็ตาย ใจอยากบอกว่าก็คุณแช่เขาง่ะ จะไม่อ่อนแอได้ไง แต่ผมก็จำต้องตัดใจไม่ซื้อ/พาเขาไปปล่อย เพราะเขาคงจะตาย แต่คิดๆไปผมน่าจะซื้อเขาไปนะ อย่างน้อยเขาอาจจะอยากตายในน้ำมากกว่าตายคาแผงปลาแช่แข็งก็ได้ เงียมๆ)
ปลาช่อน 40 บาท (ตัวใหญ่มาก รายนี้ตอนไปปล่อยเขาว่ายขึ้นมาขอบคุณผมด้วย แล้วค่อยดำหายไป น่ารักจังเลย)
ปลาดุก 3 ตัว 30 บาท (เพิ่งรู้ว่าปลาดุกถูกมาก)
เขียด1 ถุง 20 บาท (กระโดดตลอดทางที่ไป ท่าทางอยากลงน้ำมาก)
หมดนี่รวม 130 บาท แต่หนักอึ้ง แค่น้ำหนักปลาก็เยอะแล้ว นี่เขายังใส่น้ำมาให้อีก (เพราะต้องรักษาชีวิตมันไว้ เขารู้ว่าผมจะเอาไปปล่อย) แขนหร่อยๆที่เพิ่งให้เลือดมาของผมก็ซวยสิครับ สมน้ำหน้า กระแดะใจบุญนัก รักน้องเขียดสุดๆตอนนี้ (เพราะน้องเบามาก) คราวหน้าจะจำไว้ ซื้อปลาไปปล่อยจะซื้อตัวเดียว ไม่ก็เอาปลาไหล เพราะไม่หนักดี
อีกเหตุการณ์ประหลาด (ไม่สยอง)
ผมเดินผ่านแผงปลารอบแรก พ่อค้าแม่ค้าสองสามคนร้อง
"ซื้อปลาไปปล่อยไหมค้า~"
"ซื้อปลาไปปล่อยไหมคร้าบบบ"
ผม - เฮ้ รู้ได้ไงหว่า ฉันยังไม่ได้พูดอะไรกับใครสักคำ
ผมแวะซื้อปลาช่อน (ที่เขาขอบคุณผมน่ะแหละ) กับแม่ค้าหนึ่งในคนที่ทักผมแบบนั้น ผมเลยถามว่า พี่รู้ได้ไงครับว่าผมจะเอาปลาไปปล่อย?
แม่ค้า - พี่เห็นสายตาที่น้องมองปลาก็รู้แล้ว พูดไงดีล่ะ พ่อค้าแม่ค้าเขาจะมีเซ้นส์น่ะ ว่าคนที่มองปลาแบบนี้คือจะซื้อไปกินหรือไปปล่อย
ผม - เซ้นส์พี่แม่นนะครับ (ยิ้ม)
เขาพูดเอาใจผมไหมผมไม่รู้ แต่เขาก็ตรง ผมซื้อปลาช่อนแผงเขาเพราะเขาทักผมแบบนี้แหละครับ (คนอ่าน - อีนี่บ้ายอเนอะ)
(อ้อ แปลว่าครั้งแรกตูไปด้วยสายตาฆาตกรสินะ ถึงได้ทักใหญ่เลย ซื้อปลาไปกินไหมค้า ซื้อปลาไปทอดไหมคร้าบบ หรือดูการแต่งตัวของผมหว่า ครั้งแรกใส่เสื้อแบบพ่อบ้านเข้าตลาด ครั้งนี้ใส่ชุดนศ.ไป)
สุดท้าย
ที่ๆผมพาไปปล่อย คือสระน้ำในสวนเบญฯ ตรงศูนย์สิริกิติ์ครับ มีป้ายห้ามจับสัตว์น้ำด้วย ผมสบายใจละ ไม่ต้องดั้นด้นหาวัดแล้ว เย้
เกร็ดความรู้สุดท้าย สำหรับคนที่อยากซื้อปลาไปปล่อย
- ปลาแต่ละตัวหนักมาก อย่ากระแดะซื้อเยอะๆถ้าไม่ได้เอาคนมาช่วยแบก
- ก่อนซื้อปลาไปปล่อย ให้ถามแม่ค้าดีๆว่า หักครีบเขารึยัง ถ้าหักครีบ ปล่อยไปเขาก็ตายนะครับ(ความรู้นี้มาจาก อ.สอนพุทธศาสนาผม)
เมตตาจิตเป็นสิ่งสำคัญสำหรับใจคน ผู้คนที่แข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องมองความโหดร้ายไปยิ้มไปได้
แต่ต้องรู้จักอุเบกขาบ้าง มิฉะนั้นจะเดินตลาดไม่ได้
เหมือน E วาน
ปล. ผมก็อยากให้เลิกเป็นแบบนี้ซะทีเหมือนกัน เร็วๆนี้ก็มีโปรเจ็คจะพามันสักตัวไปปล่อยอีกแล้ว =A= เฮ้อ
#1 By < O t h e r | s i d E > [][] R e n z E [][] on 2007-05-26 20:55