ขอบคุณต้นความคิด Tag คนมีกึ๋น  ที่สร้าง tag ดีๆเป็นแนวทางให้น้องๆที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนะครับ  แม้เราจะไม่รู้จักมักจี่กันก็ตามที  แต่สิ่งดีๆต้องสนับสนุนสิเนอะ...

ก่อนเริ่ม Tag ขอแจกกติกา  เผื่อพี่ๆสาขาอื่นเข้ามาพบ จะช่วยรับไปทำต่อ ก็จะเป็นประโยชน์อันกว้างขวางต่อไป

กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ขอต้อนรับเข้าสู่ดินแดนแห่ง Shakespeare 

 

1. ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

เอ่อ...คือเรียนจบแล้วครับ  จบจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวรรณคดีอังกฤษ

 

2. สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

เรียนยังไง ก็เรียนแบบเรียนไปร้องไห้ไปน่ะครับ /me ถูก Shakespeare ตบ


สาขาวรรณคดีอังกฤษ ชื่อเต็มๆคือ สาขาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ  มีชื่อภาษาอังกฤษสุดเท่ว่า English Language and Literature  ภาษาปากเราเรียกกันว่า 'อิ๊งวรรณ' หรือ 'วรรณอิ๊ง' (วัน-นะ-อิ๊ง)  เป็นสาขาที่ชื่อยาวมากครับ  เขียนในใบสมัครงานทีไรล้นช่องที่ให้มาทุกที(ฮา)


น้องๆส่วนใหญ่ที่จะเลือกเอกมักจะถามว่า
สาขาวรรณคดีอังกฤษแตกต่างจากสาขาภาษาอังกฤษตรงไหน?  มันแตกต่างตรงที่สาขาภาษาอังกฤษนั้น ส่วนใหญ่เขาจะเรียนทักษะเชิง 4 skills ได้แก่ speaking, listening, reading, writing  รวมไปถึงการใช้ภาษาอังกฤษเชิงประยุกต์ฺในชีวิตประจำวันมากกว่า  ส่วนสาขาวรรณคดีอังกฤษนั้น เน้นภาษาอังกฤษเชิงงานเขียน และการอ่าน วิเคราัะห์ วิจารณ์วรรณคดี เป็นหลักๆเลยครับ 


ส่วนการเรียนนั้น ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปีแรก เราจะต้องเรียนวิชาพื้นฐาน  ซึ่งก็คล้ายกับทางอักษรจุฬา คือมีวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ภาษาอังกฤษพื้นฐาน วิชาสหวิทยาการจำพวกอารยธรรม  เป็นต้น 


พอเข้าสู่ปีที่สอง จะเริ่มเข้าสู่วิชาเอก ซึ่งน้องๆจะพบกับนรกขุมต้นๆทั้งหลาย ได้แก่


-
Background of Western Literature  เรียนคัมภีร์ไบเบิ้ล+ตำนานกรีกนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ (ตรงไหน!)  เพราะว่าวรรณคดีอังกฤษนี่จะอิงคติทางคัมภีร์ไบเบิ้ลและตำนานกรีกพอสมควร 


- English Literature I 
ผมได้เรียน Beowulf ก็ตอนนี้แหละครับ  วิชาสนุกดี แต่เรียนยากมากเพราะยังไม่คุ้นเคย แถมอาจารย์ดุมากครับ! (แต่ท่านสอนดีนะ)


- Practice in Criticism I 
เราจะเรียนการเขียนวิจารณ์เป็น paragraph แบบจริงๆจังๆแล้ว  จะเคี่ยว grammar กันจั๋งหนับก็ตอนนี้ล่ะ!  (มีทั้งหมด 4 ตัว  ต้องเรียนปี 2-3  ยากบรรลัย แต่ทำให้การเขียนเราดีขึ้นผิดหูผิดตา)


พอปีสามปีสี่ ก็จะเรียน Advance ขึ้นเรื่อยๆ และจะมียุค (Age) ของวรรณคดีให้เลือกเรียนกันตามความชอบ  เช่น Elizabethan, Neo-Classicsm, Romanticism, Victorian   ไปจนถึงการเรียนประเภทวรรณคดีที่เราชอบ เช่น Poetry, Novel  เป็นต้นครับ  


และแน่นอน ปีสี่ เราจะพบกับวิชาหลัก Shakespeare

 

(เรียนมากๆแล้วจะเป็นแบบนี้ โปรดทำใจ)

 



และอื่นๆอีกมากมาย  มี The Art of Translation ด้วยนะ  สำหรับคนที่อยากเป็นนักแปลในอนาคต (ได้แปลภาพยนตร์ด้วย  สนุกมากๆ)

 

3. สาขาที่เรียน เอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?


ไปใช้ได้เยอะแยะเลยครับ ไม่แพ้เอกภาษาอังกฤษเลย  ล่าม นักแปล อาจารย์ บรรณาธิการ คอลัมนิสต์ นักวิจารณ์สื่อ พิธีกร แอร์โฮสเตส งานการโรงแรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างประเทศ ฯลฯ  ทำอะไรก็ได้  เพราะเราคลุกคลีอยู่กับภาษาอังกฤษมาเหมือนๆกัน


น้องๆส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่า วรรณคดีอังกฤษเป็นการหมกอยู่กับหนังสือ  เรียนแต่ภาษาเก่าๆ  ทำให้หางานยาก  จริงๆแล้วไม่ใช่นะครับ  เราทำได้เหมือนๆกับคนที่จบเอกอังกฤษทั่วไปเลย 


แต่สิ่งที่สำคัญคือ การเรียนวรรณคดีทำให้เรารู้จักคิดครับ  คนที่เรียนวรรณคดีอังกฤษจะเก่งการคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ โดยไม่รู้ตัว  เพราะว่าการเรียนของเราเกี่ยวข้องกับการตีความเป็นส่วนใหญ่  ดังนั้นนอกจากเราจะได้รับความรู้ด้านภาษาที่ลึกและกว้างมากแล้ว เรายังได้ฝึกวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลาด้วย


เราจึงสามารถนำเอาความรู้ทางภาษาของเรา ปรับใช้เข้ากับการคิดงานในแขนงต่างๆที่เราเข้าไปประกอบอาชีพได้  และเรายังรู้จักมุมมองของคนด้วยนะ ผ่านวรรณคดีที่เราเรียนมาไง 


ไม่ต้องพูดถึงงานเกี่ยวกับหนังสือ เช่น บรรณาธิการ นักแปล นักวิชาการ เลย  เพราะวิชาวรรณคดีที่เรียนมาจะฉายโชนแสงเด่นสุดก็ตอนนี้เอง  เนื่องด้วยเราอยู่กับภาษามามาก รู้ศัพท์แสงเยอะแยะกว่าชาวบ้านเขาเป็นเท่าตัว  เราจึงเลือกใช้ภาษาได้เก่งเป็นพิเศษ  งานเขียนของคนจบวรรณคดีจึงอยู่ในระดับดีมาก เป็นที่ถูกใจบอสอย่างแรง (แต่ก็แล้วแต่คนน้อ)

 

4. บอกเคล็ดลับการเรียนสาขานี้ "อย่างมีกึ๋น" มา 1 ข้อ


ข้อเดียวเอาไม่อยู่หรอกกับสาขานี้

ขอตอบพร้อมๆกับ

5. อยากบอกน้องๆที่จะเรียนสาขานี้ว่า...
ก็แล้วกัน (มันไปด้วยกันได้พอดี)


- ไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิด

ทุกคน start พร้อมๆกันครับ  จะแน่มาจากไหน ได้ ent วิชา Eng 80-90  ท้ายสุดทุกคนก็ต้องเริ่มต้นเรียนภาษาเก่าๆที่วรรณคดีพร้อมๆกัน  ดังนั้น ไม่ต้องท้อ  ไม่ต้องคิดว่าจะต้องเอาชนะ ไม่ต้องกลัวใคร  อย่าเครียดมากว่าต้องทำให้ได้  ไม่มีอะไรดีนอกจากจะทำให้ไมเกรนแดกเปล่าๆ ทำให้ดีที่สุด ก็พอ แล้วผลจะดีเอง


- เพื่อนไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นมิตรของเรา

เรียนวรรณคดีอังกฤษ ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันครับ  เพราะตัววิชานั้นยากมาก  ถ้าคิดแต่จะไปแข่งขัน กีดกัน เอาชนะ หวงวิชาความรู้  น้องไปคนเดียวไม่มีวันรอดหรอก  วิชามันยากนรกแตกจริงๆ (เว้นแต่เก่งจริงๆก้ตามใจนะ)  กอดคอกับเพื่อนๆเอาไว้ บอกทุกๆคนว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน  มีอะไรก็มาช่วยกันคิด ช่วยกันวิเคราะห์  แล้วจะผ่านไปได้ ไม่ยากเลย

 


(จงเป็นเช่นพันธมิตรแห่งแหวน) 
(เออ.. แต่ LOTR ไม่มีในหลักสูตรนะครับ)

 


- จดทุกอย่างที่ อ.เลคเชอร์ ไว้ อย่าให้ตกหล่น
วรรณคดีอังกฤษ เป็นวิชาที่ต้องเรียนความคิด วัฒนธรรม และภาษา ไปพร้อมๆกับ  ดังนั้นรายละเอียดของเนื้อหาจะเยอะมาก และทุกส่วนสามารถเอามาออกข้อสอบได้ทุกเมื่อ  พยายามจดทำ post-it , short note  แปะไว้ให้เต็มห้อง (ยกเว้นบนโต๊ะรูมเมท)  จะได้คุ้นเคยกับเนื้อหา  และเวลาสอบจะได้พร้อมเอามาเขียนตอบได้ทุกเมื่อ 


การลืมเรื่องๆเดียวที่ อ.เลคเชอร์ อาจหมายถึง D ในเทอมนั้น
 
ไม่ได้ขู่นะ!


กระผมเองเป็นคนที่ลวกๆอย่างแรง แต่พอเรียนสาขานี้ยังต้องมี post-it สีเขียวแปร๊ดติดไว้เต็มเลย เพราะถ้าไม่ทำก็สอบไม่ได้ 


- จงมีใจรักการอ่าน!

หากไม่มีใจรักการอ่าน ขอแนะนำให้รีบเปลี่ยนสาขาเสียนะครับ  เพราะสาขานี้จะต้องอ่าน text ภาษาอังกฤษโบราณยากๆเทอมละไม่ต่ำกว่า 7 เล่ม (ประมาณการแบบต่ำๆ)   ถ้าขี้เกียจ นั่นหมายถึง F สถานเดียว  ความขยันอย่างเดียวไม่อาจทำให้น้องเรียนสำเร็จได้ เพราะพอเจอความยากระดับ Rank SS แล้ว น้องจะท้อจนร้องไห้เลยทีเดียว (เรื่องจริง)  ใจรักเท่านั้น ที่จะทำให้เราอยู่กับ text วรรณคดีโหดๆได้จนถึงปีสุดท้าย  ครับ 


แต่อย่ากลัวที่จะเลือกเรียนสาขานี้  แม้จะได้ยินคำกล่าวขานว่า เป็นเอกที่นรกที่สุดในศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ก็ตาม


เพราะเมื่อคนอื่นเรียนได้ เราก็ต้องเรียนได้  ถ้าเรารักการอ่าน  รักที่จะเป็นคนของวรรณคดีอังกฤษ จริงๆ  ไม่มีอะไรเกินคำว่ายากเลย 


ความภูมิใจที่สุด อยู่ที่วันสุดท้ายที่เราเรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษ แล้วมองย้อนไปยังวันแรกที่เราเข้ามาเรียน และเห็นตัวเองนั่งน้ำตาซึมอยู่หน้ากองการบ้านกองโต


ว่าเราก็ผ่านมาได้เหมือนกัน


เจ้าของกระทู้ เป็นคนที่ไม่ขยันเลยครับ  แต่ใช้ใจรักเท่านั้นฟันฝ่า  

 

เพราะฉะนั้น มาเป็นชาววรรณคดีอังกฤษกันเถอะครับ!!

 

ปล. สำหรับน้องๆที่กำลังเรียน หรือกำลังจะเข้ามาเรียน  อยากรู้อะไรเพิ่มเติม  ก็ถามมาได้เรื่อยๆนะครับ  มีอะไรอีกมากที่ผมยังสามารถตอบได้  ยินดีให้ข้อมูลทุกเรื่อง ทุกเมื่อ  (จะขอกำลังใจ ขอวิธีฝ่าด่านอรหันต์ ดร.ฑิตยา ก็ได้ แต่ห้ามขอตังค์


เว็บ ภาควิชาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ ม.ธรรมศาสตร์


และที่ ม.เกษตรศาสตร์ ก็มีสาขานี้เหมือนกันครับ 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

วรรณอิ๊งอ๊าง~Hot!

แล้วบทกลอน...จะหลอนคุณไปตลอดชีวิต
/me โดนกวีถีบออกไป

เพราะวรรณกรรม คือสิ่งที่มนุษย์รังสรรโดยคงความเป็นอมตะไว้ได้ยาวนานที่สุดHot!

#1 By on 2008-10-02 00:47

เพื่อนไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นมิตรของเรา

ถูกต้องที่สุด...ครับ อาจจะขอยืมไปใช้นะครับ ส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้ผมจบแมทมาได้ก็คือเพื่อนนี่ล่ะ

ข้อ5 พี่อีวานเขียนได้สุดยอดมากๆเลยครับ แม้จะมีบางข้อที่ผมไม่เห็นด้วยก็ตาม 555 (หมายถึง ไม่เห็นด้วย ถ้าไปอยู่ในสาขาของผมนะครับ ผมคิดว่าบางข้อมันไม่จริงสำหรับสาขาผมครับ big smile)

ปล.พี่อีวานดองไปนาน กลับมาอัพเพราะTagนี้ เจ้าของTagสุดยอดจริงๆ 555(ตอนนี้ผมก็กำลังพิมพ์Tagนี้อยู่เหมือนกันครับ แต่คาดว่าอาจจะใช้เวลามากกว่า1วัน)

Hot! Hot! Hot!

#2 By SkyKiD on 2008-10-02 01:09

Tag มีสาระ!!!!! มันมีด้วยเหรอเนี่ย!!! =[]=!!

อยากทำเหมือนกัน แต่เป็นคนไร้สาระสิ้นดี

#3 By derick on 2008-10-02 02:05

ขอเข้ามาขำลุงเชคสเปียร์เป็นหลักเลยกร๊ากกกกกกกก
ภาพประกอบได้ใจไปหลายขุม
คณะนี้ดูน่าเรียนจริงๆหนอ confused smile

#4 By [][] RenzE [][] on 2008-10-02 03:07

ยังไม่กล้าอ่านละเอียด เพราะติดสอบยามบ่าย แต่เดี๋ยวเข้ามาอ่านย้อนหลังแน่ฮับ อิอิ

จะว่าไป โดน tag กันทั่วจริงๆฮับ sad smile

#5 By DDP on 2008-10-02 11:28

วิชานี้น่าสนุกนะครับ แต่คนในอยากออกคนนอกอยากเข้าด้วยเหรอ^^'!

พี่ Evan ท่าทางใจรักจริงๆนะครับ!

สาขานี้ผมว่ามีประโยชน์นะ พวกวรรณกรรมมักแฝงแง่คิดเป็นเหมือนจดหมายเหตุยุคนั้นตลอดเวลาลยล่ะ

..

แต่ไฉนไม่มีเดอะลอร์ด orz
สนใจค่ะ คิดว่าอยากจะคว้าปริญญาใบตรีที่สองจากสาขานี้เพราะพวกวรรณกรรมอ่านหมดค่ะ อิอิ สนๆ ชอบการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ

แต่คงต้อง สอบเข้าคณะ computer art ให้ได้ซะก่อน

sad smile

#7 By อาห้อย on 2008-10-02 13:34

เห็นชื่อแล้วรู้สึกว่าน่าสนุก
แต่คุณพี่ก็พูดซะแถบกลับไปคิดใหม่ว่าจะเลือกดีไหม =_= แย่นะเนี่ย
เอาเหอะ มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่สบายไปวันๆซะหน่อย
พี่ที่ออฟฟิศเก่าเรียนเหมือนกับเจ้าของบลอคเลยคะ

เคยถามพี่แกว่า มันแตกต่างอย่างไงไอ้สองเอกเนี่ย

เจ๊แกมาง่ายๆ สั้นๆ แต่ได้ใจความ

ยากกว่า โหดกว่า และหางานยากกว่าด้วยsad smile

#9 By tapum on 2008-10-04 00:01

ชอบที่เขียนตรง "เพื่อนไม่ใช่ศัตรู..." มากเลย เพราะมันจริงมาก
แต่ก็ต้องมีคนที่เห็นเพื่อนเป็นศัตรูจนได้สิน่า
เพื่อนไม่ใช่ศัตรู


แต่ตอนนี้เพื่อนเราเห็นเราเป็นศัตรูอ่ะ
เคืองมัน............angry smile เสียใจ


เค้าบอกว่าคนจบวรรณอิ๊งจะเพี้ยนกว่าคนปกติหน่อย จริงมั้ยคะ?? เหอๆๆ

#11 By ฉันคือรั้ว on 2008-10-04 20:03

แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าโหดหิน...
แต่นั่นมันก่อนที่เราจะอ่านเอนทรี่นี้
เพราะเอกนี้โหดโฮกกกกกก

ถ้าคนที่รักในวรรณกรรม+ภาษาอังกฤษจริงๆคงมีความสุข
ได้หายใจเข้าออกเป็นสิ่งที่ชอบ24ชม.

#12 By The Flaneur on 2008-10-04 20:30

การเรียนวรรณคดีทำให้เรารู้จักคิด

จริิงจริ๊งเลย

ผมเรียนวรรณคดีไทย โทวรรณคดีอังกฤษ มันส์มากกกก

เหมือนโรคจิต พออ่านหรือฟังอะไรนะ เอ๊ย มันหมายความว่ายังไงนะ มีความนัยอะไรรึเปล่า บลา บลา บลา

ข้อสอบแบบว่า ยกtextมา ใครเขียน!(วิชาวิวัฒนาการ) แล้วแบบ คุณพระ ภาษาก็โบราณ แล้วเรียนแบบยำ

บางอันบทกวีแบบ เอ่อ อะไรเนี่ยยยยย

เด๋วทำtagวรรณคดีไทยมั่ง!
Hot!

การอ่านเป็นการเพิ่มพูนความรู้ การเรียนรู้จากวิธีคิดของตำรา ทำให้ความคิดแตกแขนงได้อีก

ภาษา เป็นอะไรที่สวยงามนะคะ ยิ่งภาษาของวรรณคดี ยิ่งมีความงามแทรกอยู่มากมาย

#14 By ~ N ~ on 2008-10-05 11:53

สารภาพว่าเพิ่งเคยได้ยินชื่อสาขานี้ (อีกบล็อกแล้ว)
ถ้ารักการอ่านแล้วสาขานี้น่าจะเป็นสาขาที่เรียนแล้วมีความสุขมากเลยล่ะ (ไม่นับการสอบ :P)

#15 By ch_a_m_p on 2008-10-08 03:48

เด็กวรรณอิ๊งเหมือนกัน เราเกษตรค่ะ อยากเรียนต่อสาขานี้ที่มธ.อ่ะค่ะ เสิร์ชๆเข้ามาเจอบล๊อกนี้ ชอบรูปการ์ตูนลุงวิลจริงๆ 555 confused smile

#16 By May (124.121.16.116) on 2008-11-01 21:03

สุดยอดเลยค่ะพี่!!
หนูอยากเป็นนักเเปลมาก ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีคณะนี้ด้วย
เลยตัดสินใจเลือกเรียนเอกญี่ปุ่นไป ปีนี้เอนท์เเล้วค่ะ

อยากรู้คะเเนนสูงต่ำจังค่ะ เเล้วคณะนี้เป็นคณะรวมก่อนใช่มั๊ยคะเเล้วค่อยเลือกเอกตอนปี 2 --- คณะพี่รับกี่คนคะ


หนูจะพยายามให้มากๆีที่สุด ชีวิตนี้รักการอ่านมาก หนังสือคือเพื่อนที่ดีจริงๆ อยากติดธรรมศาสตร์มากมาย สู้ตายค่ะ >.<

หนูมีอะไรอยากถามพี่เยอะเเยะเลยจะเเอดเมลไปปรึกษานะคะ *

#17 By chaaim (58.8.147.24) on 2008-12-23 14:54

ขอบคุณมากครับ

#18 By ศึกษาต่อออสเตรเลีย (58.9.245.95) on 2009-01-19 22:39

วรรณอิ๊ง เกษตรฯ มาเยี่ยมค่ะ

#19 By sling (119.31.9.84) on 2009-02-26 22:53

อยากเรียนวรรณคดีอังกฤษค่ะเพราะชอบมากแต่ว่าตัวเองไม่เก่งอังกฤษเลย จะเรียนได้ไหมค่ะ

#20 By Beau (124.121.101.149) on 2009-03-03 16:48

ความจริงก็ชอบอ่านหนังสือนะคะ แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษไม่รู้เหมือนกันว่าจะรอดรึเปล่า

#21 By amberry on 2009-05-11 23:05

ขอบคุณมากค่ะ
ได้ข่าวว่าเอกนี้ยากมากและโหดมาก
อ.ที่สอบสัมภาษณ์เค้ายังบอกเลย 555+
แต่อ่านเอนทรี่ของพี่แล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ

กำลังจะขึ้นปี 1 ต้องต่อสู้กันอีกยาวเลย ^^

#22 By Believe on 2009-05-16 12:30

จบเอกนี้ที่มธ.เหมือนกัน แต่ไม่อยากบอกรหัส แบบว่า...เด๋วเด็กๆ จะเรียก ป้า
อยากบอกว่าเป็นคนไม่ค่อยสนใจเรียนเหมือนกัน แต่พอมีพื้นฐานภาษาอังกฤษในเกณฑ์ใช้ได้ ก็เลยจบมาแบบพอผ่าน แต่พอมาทำงานนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ภาษาอังกฤษของเราดีกว่าคนอื่นมากมาย โดยเฉพาะการอ่านและการเขียน อยากเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่สนใจจะเรียนเอกนี้นะคะ

#23 By ส้มแป้น (93.122.64.77) on 2009-06-16 15:28

กำลังจะตัดสินใจเข้าเอกนี้เหมือนกันค่ะ*
แต่ตอนนี้กะลังเรียน ม.5 อยู่

แต่เป็นคนไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับวรรณกรรมเลย
อังกฤษกะพอใช้ได้นะ .. .จะรอดป่าวเนี่ย sad smile

#24 By imme (113.53.32.104) on 2009-07-14 12:42

น่าสนแฮะ

#25 By Brandy Frisky on 2009-09-12 01:37

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
ช่วยหนูได้มากเลยdouble wink

#26 By G-cheeze on 2009-10-31 11:37

eng.lit.TU เหมือนกัน เรียนไปซึ้งไปงงไป น้ำหูน้ำตาน้ำลายกระจุยกระจายท่วมห้อง เรียนจนหญ้าขาดตลาดแล้วค่ะตอนนี้ ยังเหลือขุมนรกอีกหลายขุมไม่รุหญ้าจะพอกินไปจนจบปีสี่ห้าหกเจ็ดรึป่าว embarrassed
ป.ล. รักนะดะ(มั้ง)เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้ว่าตัวเองมาจากโรงเรียนอะไร เพื่อนร่วมชะตากรรมทั้งห้องก้อรู้ด้วย

#27 By เจ้าเควี่ยน้อย ณ หนองดุ่กดุ๋ย แห่งทุยบุรี (203.131.211.141) on 2009-11-18 00:07