Tag เรียน "วรรณคดีอังกฤษ" อย่างคนมีกึ๋น
posted on 01 Oct 2008 23:08 by bard in Tagขอบคุณต้นความคิด Tag คนมีกึ๋น ที่สร้าง tag ดีๆเป็นแนวทางให้น้องๆที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนะครับ แม้เราจะไม่รู้จักมักจี่กันก็ตามที แต่สิ่งดีๆต้องสนับสนุนสิเนอะ...
ก่อนเริ่ม Tag ขอแจกกติกา เผื่อพี่ๆสาขาอื่นเข้ามาพบ จะช่วยรับไปทำต่อ ก็จะเป็นประโยชน์อันกว้างขวางต่อไป
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ขอต้อนรับเข้าสู่ดินแดนแห่ง Shakespeare
1. ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
เอ่อ...คือเรียนจบแล้วครับ จบจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวรรณคดีอังกฤษ
2. สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
เรียนยังไง ก็เรียนแบบเรียนไปร้องไห้ไปน่ะครับ /me ถูก Shakespeare ตบ
สาขาวรรณคดีอังกฤษ ชื่อเต็มๆคือ สาขาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ มีชื่อภาษาอังกฤษสุดเท่ว่า English Language and Literature ภาษาปากเราเรียกกันว่า 'อิ๊งวรรณ' หรือ 'วรรณอิ๊ง' (วัน-นะ-อิ๊ง) เป็นสาขาที่ชื่อยาวมากครับ เขียนในใบสมัครงานทีไรล้นช่องที่ให้มาทุกที(ฮา)
น้องๆส่วนใหญ่ที่จะเลือกเอกมักจะถามว่า สาขาวรรณคดีอังกฤษแตกต่างจากสาขาภาษาอังกฤษตรงไหน? มันแตกต่างตรงที่สาขาภาษาอังกฤษนั้น ส่วนใหญ่เขาจะเรียนทักษะเชิง 4 skills ได้แก่ speaking, listening, reading, writing รวมไปถึงการใช้ภาษาอังกฤษเชิงประยุกต์ฺในชีวิตประจำวันมากกว่า ส่วนสาขาวรรณคดีอังกฤษนั้น เน้นภาษาอังกฤษเชิงงานเขียน และการอ่าน วิเคราัะห์ วิจารณ์วรรณคดี เป็นหลักๆเลยครับ
ส่วนการเรียนนั้น ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปีแรก เราจะต้องเรียนวิชาพื้นฐาน ซึ่งก็คล้ายกับทางอักษรจุฬา คือมีวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ภาษาอังกฤษพื้นฐาน วิชาสหวิทยาการจำพวกอารยธรรม เป็นต้น
พอเข้าสู่ปีที่สอง จะเริ่มเข้าสู่วิชาเอก ซึ่งน้องๆจะพบกับนรกขุมต้นๆทั้งหลาย ได้แก่
- Background of Western Literature เรียนคัมภีร์ไบเบิ้ล+ตำนานกรีกนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ (ตรงไหน!) เพราะว่าวรรณคดีอังกฤษนี่จะอิงคติทางคัมภีร์ไบเบิ้ลและตำนานกรีกพอสมควร
- English Literature I ผมได้เรียน Beowulf ก็ตอนนี้แหละครับ วิชาสนุกดี แต่เรียนยากมากเพราะยังไม่คุ้นเคย แถมอาจารย์ดุมากครับ! (แต่ท่านสอนดีนะ)
- Practice in Criticism I เราจะเรียนการเขียนวิจารณ์เป็น paragraph แบบจริงๆจังๆแล้ว จะเคี่ยว grammar กันจั๋งหนับก็ตอนนี้ล่ะ! (มีทั้งหมด 4 ตัว ต้องเรียนปี 2-3 ยากบรรลัย แต่ทำให้การเขียนเราดีขึ้นผิดหูผิดตา)
พอปีสามปีสี่ ก็จะเรียน Advance ขึ้นเรื่อยๆ และจะมียุค (Age) ของวรรณคดีให้เลือกเรียนกันตามความชอบ เช่น Elizabethan, Neo-Classicsm, Romanticism, Victorian ไปจนถึงการเรียนประเภทวรรณคดีที่เราชอบ เช่น Poetry, Novel เป็นต้นครับ
และแน่นอน ปีสี่ เราจะพบกับวิชาหลัก Shakespeare
และอื่นๆอีกมากมาย มี The Art of Translation ด้วยนะ สำหรับคนที่อยากเป็นนักแปลในอนาคต (ได้แปลภาพยนตร์ด้วย สนุกมากๆ)
3. สาขาที่เรียน เอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
ไปใช้ได้เยอะแยะเลยครับ ไม่แพ้เอกภาษาอังกฤษเลย ล่าม นักแปล อาจารย์ บรรณาธิการ คอลัมนิสต์ นักวิจารณ์สื่อ พิธีกร แอร์โฮสเตส งานการโรงแรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างประเทศ ฯลฯ ทำอะไรก็ได้ เพราะเราคลุกคลีอยู่กับภาษาอังกฤษมาเหมือนๆกัน
น้องๆส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่า วรรณคดีอังกฤษเป็นการหมกอยู่กับหนังสือ เรียนแต่ภาษาเก่าๆ ทำให้หางานยาก จริงๆแล้วไม่ใช่นะครับ เราทำได้เหมือนๆกับคนที่จบเอกอังกฤษทั่วไปเลย
แต่สิ่งที่สำคัญคือ การเรียนวรรณคดีทำให้เรารู้จักคิดครับ คนที่เรียนวรรณคดีอังกฤษจะเก่งการคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ โดยไม่รู้ตัว เพราะว่าการเรียนของเราเกี่ยวข้องกับการตีความเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นนอกจากเราจะได้รับความรู้ด้านภาษาที่ลึกและกว้างมากแล้ว เรายังได้ฝึกวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลาด้วย
เราจึงสามารถนำเอาความรู้ทางภาษาของเรา ปรับใช้เข้ากับการคิดงานในแขนงต่างๆที่เราเข้าไปประกอบอาชีพได้ และเรายังรู้จักมุมมองของคนด้วยนะ ผ่านวรรณคดีที่เราเรียนมาไง
ไม่ต้องพูดถึงงานเกี่ยวกับหนังสือ เช่น บรรณาธิการ นักแปล นักวิชาการ เลย เพราะวิชาวรรณคดีที่เรียนมาจะฉายโชนแสงเด่นสุดก็ตอนนี้เอง เนื่องด้วยเราอยู่กับภาษามามาก รู้ศัพท์แสงเยอะแยะกว่าชาวบ้านเขาเป็นเท่าตัว เราจึงเลือกใช้ภาษาได้เก่งเป็นพิเศษ งานเขียนของคนจบวรรณคดีจึงอยู่ในระดับดีมาก เป็นที่ถูกใจบอสอย่างแรง
(แต่ก็แล้วแต่คนน้อ)
4. บอกเคล็ดลับการเรียนสาขานี้ "อย่างมีกึ๋น" มา 1 ข้อ
ข้อเดียวเอาไม่อยู่หรอกกับสาขานี้
ขอตอบพร้อมๆกับ
5. อยากบอกน้องๆที่จะเรียนสาขานี้ว่า... ก็แล้วกัน (มันไปด้วยกันได้พอดี)
- ไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิด
ทุกคน start พร้อมๆกันครับ จะแน่มาจากไหน ได้ ent วิชา Eng 80-90 ท้ายสุดทุกคนก็ต้องเริ่มต้นเรียนภาษาเก่าๆที่วรรณคดีพร้อมๆกัน ดังนั้น ไม่ต้องท้อ ไม่ต้องคิดว่าจะต้องเอาชนะ ไม่ต้องกลัวใคร อย่าเครียดมากว่าต้องทำให้ได้ ไม่มีอะไรดีนอกจากจะทำให้ไมเกรนแดกเปล่าๆ ทำให้ดีที่สุด ก็พอ แล้วผลจะดีเอง
- เพื่อนไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นมิตรของเรา
เรียนวรรณคดีอังกฤษ ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันครับ เพราะตัววิชานั้นยากมาก ถ้าคิดแต่จะไปแข่งขัน กีดกัน เอาชนะ หวงวิชาความรู้ น้องไปคนเดียวไม่มีวันรอดหรอก วิชามันยากนรกแตกจริงๆ (เว้นแต่เก่งจริงๆก้ตามใจนะ) กอดคอกับเพื่อนๆเอาไว้ บอกทุกๆคนว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน มีอะไรก็มาช่วยกันคิด ช่วยกันวิเคราะห์ แล้วจะผ่านไปได้ ไม่ยากเลย

(จงเป็นเช่นพันธมิตรแห่งแหวน)
(เออ.. แต่ LOTR ไม่มีในหลักสูตรนะครับ)
- จดทุกอย่างที่ อ.เลคเชอร์ ไว้ อย่าให้ตกหล่น
วรรณคดีอังกฤษ เป็นวิชาที่ต้องเรียนความคิด วัฒนธรรม และภาษา ไปพร้อมๆกับ ดังนั้นรายละเอียดของเนื้อหาจะเยอะมาก และทุกส่วนสามารถเอามาออกข้อสอบได้ทุกเมื่อ พยายามจดทำ post-it , short note แปะไว้ให้เต็มห้อง (ยกเว้นบนโต๊ะรูมเมท) จะได้คุ้นเคยกับเนื้อหา และเวลาสอบจะได้พร้อมเอามาเขียนตอบได้ทุกเมื่อ
การลืมเรื่องๆเดียวที่ อ.เลคเชอร์ อาจหมายถึง D ในเทอมนั้น ไม่ได้ขู่นะ!
กระผมเองเป็นคนที่ลวกๆอย่างแรง แต่พอเรียนสาขานี้ยังต้องมี post-it สีเขียวแปร๊ดติดไว้เต็มเลย เพราะถ้าไม่ทำก็สอบไม่ได้
- จงมีใจรักการอ่าน!
หากไม่มีใจรักการอ่าน ขอแนะนำให้รีบเปลี่ยนสาขาเสียนะครับ เพราะสาขานี้จะต้องอ่าน text ภาษาอังกฤษโบราณยากๆเทอมละไม่ต่ำกว่า 7 เล่ม (ประมาณการแบบต่ำๆ) ถ้าขี้เกียจ นั่นหมายถึง F สถานเดียว ความขยันอย่างเดียวไม่อาจทำให้น้องเรียนสำเร็จได้ เพราะพอเจอความยากระดับ Rank SS แล้ว น้องจะท้อจนร้องไห้เลยทีเดียว (เรื่องจริง) ใจรักเท่านั้น ที่จะทำให้เราอยู่กับ text วรรณคดีโหดๆได้จนถึงปีสุดท้าย ครับ
แต่อย่ากลัวที่จะเลือกเรียนสาขานี้ แม้จะได้ยินคำกล่าวขานว่า เป็นเอกที่นรกที่สุดในศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ก็ตาม
เพราะเมื่อคนอื่นเรียนได้ เราก็ต้องเรียนได้ ถ้าเรารักการอ่าน รักที่จะเป็นคนของวรรณคดีอังกฤษ จริงๆ ไม่มีอะไรเกินคำว่ายากเลย
ความภูมิใจที่สุด อยู่ที่วันสุดท้ายที่เราเรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษ แล้วมองย้อนไปยังวันแรกที่เราเข้ามาเรียน และเห็นตัวเองนั่งน้ำตาซึมอยู่หน้ากองการบ้านกองโต
ว่าเราก็ผ่านมาได้เหมือนกัน
เจ้าของกระทู้ เป็นคนที่ไม่ขยันเลยครับ แต่ใช้ใจรักเท่านั้นฟันฝ่า
เพราะฉะนั้น มาเป็นชาววรรณคดีอังกฤษกันเถอะครับ!!
ปล. สำหรับน้องๆที่กำลังเรียน หรือกำลังจะเข้ามาเรียน อยากรู้อะไรเพิ่มเติม ก็ถามมาได้เรื่อยๆนะครับ มีอะไรอีกมากที่ผมยังสามารถตอบได้ ยินดีให้ข้อมูลทุกเรื่อง ทุกเมื่อ (จะขอกำลังใจ ขอวิธีฝ่าด่านอรหันต์ ดร.ฑิตยา ก็ได้ แต่ห้ามขอตังค์
)
เว็บ ภาควิชาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ ม.ธรรมศาสตร์
และที่ ม.เกษตรศาสตร์ ก็มีสาขานี้เหมือนกันครับ
เสียใจ

แล้วบทกลอน...จะหลอนคุณไปตลอดชีวิต
/me โดนกวีถีบออกไป
เพราะวรรณกรรม คือสิ่งที่มนุษย์รังสรรโดยคงความเป็นอมตะไว้ได้ยาวนานที่สุด
#1 By ณ on 2008-10-02 00:47