ใครที่ยังไม่เห็นธีมใหม่กด F5 ด้วยนะครับ

(และแล้วก็โดนทุกคนรุมถีบ  นี่เรียกว่าใหม่แล้วเรอะ!)

ขอต้อนรับเทศกาลหลอกหลอนด้วยเรื่องสยึ๋มกึ๋ย เข้ากับบรรยากาศเย็นๆของปลายฝนต้นหนาว และค่ำคืนที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงของละครน้ำเน่าข้างบ้าน 

 

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ของผมเอง  ส่วนตัวแล้วผมไม่ใช่คนที่มีเซ้นส์สูงจัด หรือมีความสามารถสัมผัสวิญญาณได้ แต่ก็นับได้ว่ามีเซ้นส์พอที่จะรู้สึกบรรยากาศแปลกๆ  ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยเห็นผีจะๆเลยสักครั้งเดียว ส่วนใครจะเชื่อไม่เชื่อ ผมถือว่านานาจิตตัง แต่ถ้าไม่เชื่อก็อย่าได้ใช้คำพูดกระแทกกระทั้นกันนะครับ

 

 

เรื่องที่ 1  เสียงในโรงเรียนชนบท

 

ตอนที่ผมเรียนอยู่ปี 1 ผมกับชมรมไปออกค่ายสอนหนังสือเด็กที่โรงเรียนเล็กๆใน จ.ปทุมธานี  ลักษณะของโรงเรียนเป็นโรงเรียนชนบท คือมีอาคารอยู่ไม่กี่หลัง สร้างด้วยไม้ มี 2 ชั้น  และมีบันไดขึ้นลงอยู่ซีกซ้ายและขวาของอาคาร  กึ่งกลางบันไดจะมีประตูไม้แบบพับปิด ประมาณว่ากันคนขึ้นไปขโมยของบนอาคารในตอนกลางคืน

 

โรงเรียนจัดห้องให้พวกเรานอนทั้งหมด 3 ห้อง อยู่ที่อาคารเดียวกัน คือห้องเรียนป.1 กับห้องครูใหญ่ อยู่ชั้น 1 และห้องดนตรีไทยซึ่งอยู่ชั้น 2  มาถึงวันแรก พวกผมก็ขนกระเป๋าไปไว้ห้องใครห้องมัน  ตัวผมได้นอนห้องครูใหญ่  คิดในใจว่าโชคดีมากเลยที่ไม่ไ่ด้นอนห้องดนตรีไทย ผมแอบเปิดเข้าไปดู มืดก็มืด มีระนาดกับหัวโขนด้วย บรื๋อ~

 

วันนั้นพวกผมไปถึงเอาบ่ายๆ ดังนั้นก็ขึ้นไปติดตั้งคอมกันก่อน ยังไม่ได้สอนเด็กๆ  ตกเย็นมาทุกคนก็ออกไปเล่นวอลเล่ย์ ฟุตบอล ที่สนามหน้าเสาธง  ผมหันซ้ายหันขวาเห็นว่าไม่มีใครไปอาบน้ำ เลยขอตัวไปอาบเป็นคนแรก เพราะขืนรอทุกคนเล่นเสร็จมันจะแย่งกัน 

 

ใต้บันไดขึ้นชั้นสอง ฟากหนึ่งจะเป็นห้องเก็บของ (มีกุญแจล็อก) อีกฟากหนึ่งเป็นห้องน้ำใต้บันได  ผมเลือกอาบห้องนี้ เพราะมันอยู่อาคารเดียวกับห้องที่เรานอนด้วย  ในห้องน้ำมีไฟหลอดไส้อยู่หลอดเดียว แต่ไม่มีแมลงสาบผมก็โอเคละ

 

ขณะที่ผมกำลังหลั่นล้าอยู่กับการอาบน้ำนั่นเอง จู่ๆผมก็ได้ยินเสียงดนตรีไทยแว่วมาแต่ไกล  ผมพยายามเงี่ยหูฟังว่า เอ กรูหูฝาดรึเปล่า แต่ก็ไม่ใช่  จะว่าเพื่อนฝูงมันขึ้นไปเล่นห้องดนตรีไทยก็ไม่ใช่อีก เพราะมันมาเป็นเพลง ไม่ใช่เคาะๆไปตามประสา แต่ผมก็แอบคิดในแง่ดีว่า โรงเรียนอาจจะเปิดเพลงเสียงตามสายก็ได้

 

อาบๆไปสักพัก ผมก็ได้ยินเสียงคนขึ้นบันไดตึงตังๆ ตามมาด้วยเสียงคนลงตึงตังๆ ขึ้นๆลงๆอยู่อย่างนั้น เสียงดังชัดมาก เพราะห้องอาบน้ำที่ผมอาบมันอยู่ใต้บันได  เอะอะได้ใจ ดังซะจนไม้แอบสะเทือนเลย  ผมคิดทันทีเลยว่าพวกชมรมผมมันจะต้องขนของขึ้นลงแน่ๆ เพราะมันมีพวกที่พักอยู่ชั้นบนห้องดนตรี  ก็เลยอาบต่อไปไมใ่คิดอะไร

 

แต่ที่แปลกใจคือ หลังอาบน้ำเสร็จผมออกมาที่สนามหญ้าหน้าเสาธง  มองไปรอบๆโรงเรียน ไม่มีเสาไฟหรือลำโพงส่งเสียงตามสายเลยแม้แต่นิดเดียว  แถมเสียงดนตรีที่ได้ยินก็เงียบไปแล้วด้วย  ที่หนักยิ่งกว่า ผมมารู้เอาตอนกลับ เพื่อนผมบอกผมว่า

"เฮ้ย จะมีเสียงคนวิ่งลงบันไดได้ยังไง  ก็อาจารย์เขาบอกว่าห้องดนตรีน่ะเขาไม่ให้นอนแล้ว  พวกเราก็เลยเอาข้าวของไปไว้ที่ห้องเรียนอีกห้่อง  ไม่มีใครเอาของขึ้นไปไว้ห้องดนตรีเลยนะ"

ผม "จะไม่มีได้ไง ก็กรูอาบน้ำอยู่ห้องใต้บันได ได้ยินเสียงเดินขึ้นๆลงๆชัดๆ  ไม้กรุบันไดยังสะเทือนเลยนะเฟร้ย  ไม่ใช่มีใครขึ้นไปเอาของข้างบนห้องดนตรีหรอกเหรอ"

เพื่อน "...... มึง.... ประตูทางขึ้นบันไดด้านนั้นน่ะ เขาล็อคไว้...."

ผม ".....อ่าวเฮ้ย แล้วที่เราขึ้นไปดูห้องดนตรี?"

เพื่อน "นั่นมันบันไดซีกซ้าย ด้านที่มันเป็นห้องเก็บของ  ทางโรงเรียนเขาก็ล็อคไปตั้งแต่บ่ายแล้วเหมือนกัน"

 

ชิบหายแล้วกรู  ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาด  ผมยืนยันว่าผมอาบน้ำอยู่ห้องใต้บันได ผมต้องรู้สิว่าเสียงคนเดินขึ้นลงบันไดมันชัดแค่ไหน  ผมบอกแล้วว่าผมยังเห็นไม้สะเทือนเลย

 

ผมรู้แล้วว่าผมไม่ได้เจอกับอะไรที่มันเป็นสิ่งมีชีวิตแน่ๆ  ไม่มีคนที่ไหนจะวิ่งขึ้นลงบันไดที่มีประตูไม้ล็อคคั่นอยู่แน่  ต่อให้วิ่งไปถึงแค่ประตู แต่เสียงที่ผมได้ยินมันคือเสียงวิ่งขึ้นจนสุด จากนั้นก็วิ่งลงมา  ผมรู้และผมมั่นใจ

 

โรงเรียนไม้เก่าๆนี่น่ากลัวจริงๆ

 

 

เรื่องที่ 2  กลิ่นธูปลอยวนเวียน

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้  ปีกลายที่แล้ว ผมเคยลาออกจากงานเพราะจะไปเป็นอาจารย์ที่ ม.เอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัด  เที่ยงวันนั้น คณบดี (บอสผม) มาคุยกับผมที่โต๊ะหัวหน้าฝ่าย  ท่านถามผมว่าแน่ใจนะว่าผมอยากไปจริงๆ

 

ระหว่างที่ท่านคุย ผมก็ได้กลิ่นธูป  กลิ่นธูปทั้งๆที่อยู่ในออฟฟิศ ไม่ได้เปิดหน้าต่าง ไม่มีเค้าลางที่มาของกลิ่น ไม่มีสถานที่ใดๆใกล้จุดนั้นที่จะมีกลิ่นลอยมาได้เลย  ผมทำงานอยู่ในนั้นผมย่อมรู้ดี

 

แต่แน่นอน ผมก็คิดว่าตัวเองคิดมาก  ผมอาจจะได้กลิ่นธูปจากที่ใดที่หนึ่ง หรือไม่ก็แค่อุปาทาน  หัวหน้าฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็ไม่เห็นมีท่าทีผิดปรกติ  ผมยืนฟังคณบดีผมคุยเสร็จ ผมก็ลงไปกินข้าว  แต่สองสามวันต่อมา คณบดีก็กลับมาอีกครั้งที่ออฟฟิศผม ท่านเดินมากลางห้องแล้วก็คุยกับลูกน้องในห้องว่า คนที่ท่านรู้จักคนหนึึ่งเสียตั้งแต่สองวันก่อน และท่านก็ได้กลิ่นธูปนี้ทุกที่ที่ท่านไป!

 

"มันตามชั้นไปทู้กที่เลย" คณบดีพูดแบบไม่ค่อยซีเรียส "ห้องทำงานชั้นก็มีกลิ่้นธูป  นักศึกษาเข้าไปในห้องขั้นก็บอกว่าได้กลิ่น  มันคงพยายามจะมาบอกเราว่ามันไปแล้วนะ อะไรทำนองนั้น  เราก็บอกมันแล้วนะว่า เออชั้นรู้แล้ว เอ็งไปดีเถอะ"

 

ผมหันกลับไปมองหัวหน้าฝ่ายผมขวับ  หลังจากคณบดีผมเดินไปแล้ว ผมก็รีบเข้าไปเล่าให้พี่เขาฟัง ว่าวันนั้นที่โต๊ะตรงนี้ คณบดีมาผมก็ได้กลิ่นธูปเหมือนกัน แต่ผมไม่รู้ว่าคนรู้จักท่านเสีย และเขาตามท่านไปทุกที่

 

ผม "พี่ได้กลิ่นไหมวันนั้น"

พี่ "ตะเองเซนส์ได้ใช่ไหม  อื้ม เขาคงตามคณบดีมา แล้วพอดีตะเองเซนส์ได้ เลยได้กลิ่นธูปพอดี"

 

สรุปว่าผมไม่ได้อุปาทานไปเอง  ผมสัมผัสถึงวิญญาณของเขาได้จริงๆ  เขาคงตามคณบดีมา (เพราะผมไม่รู้จักเขา) แต่ถึงอย่างนั้นก็เล่นทำเอาผมอึ้งไปเหมือนกัน

 

 

ไว้มาต่อ Episode II วัน Halloween นะครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่อ่านนนน กริ๊ดดดดดดดด

#4 By I am MILD on 2009-10-30 16:12

จะบอกว่าเรื่องแรกทำเอาขนลุกซู่ -0-

#3 By train on 2009-10-30 10:45

เสียดายตอนปี 1 เข้าชมรมมาทีหลังเลยอดไปค่ายเลยอะ

Evan เซนส์แรงนะเนี่ย cry

#2 By NOOPLOY^-^ on 2009-10-30 01:36

อู้วส์ =3=

#1 By -=[MAD]=- on 2009-10-29 23:29