TCA กับกระทู้เดียวที่สอนผมทุกอย่าง
posted on 21 Apr 2006 11:47 by bard in Wasteful-Storyเป็นเวลากี่วันแล้วผมไม่ได้นับหรอก ตั้งแต่เริ่มมีกระทู้TCAขึ้นมา
ผมรู้แต่ว่าผมไม่อยากยุ่ง
ผมเป็นใคร? นั่นสิ ใครสักคนในบอร์ดAll Final แต่จะเป็นนักคอสเพลย์ก็หาไม่ หรือคนในวงการการ์ตูนก็ไม่ถูกอีก นั่นสิ ผมเป็นใครนะ ถ้าไม่ใช่Evan Izac ที่เดินไปเดินมา เหมือนหลายๆคนในบอร์ด
กับกระทู้TCA เป็นกระทู้ที่ค่อนข้างยาว และผมก็ขี้เกียจอ่านเอาการ โดยเฉพาะงานที่ผมไม่สนใจ(ไม่สนใจคอสเพลย์อยู่แล้ว) และไม่ได้คิดจะไป ตามเรื่องนี้บ้างไหมก็ไม่ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย... แค่มีคนกระซิบชื่อTCAหูผมยังไม่กระดิกเลย (แต่ผ่านตาใบโปรโมทงานมาก่อนหน้านี้เหมือนกัน ก่อนปิดเทอมน่ะ...)
แต่เมื่อกระทู้เริ่มจะยาว และมีเพื่อนผม(เจลเฟอร์)มาพูดให้ฟังคร่าวๆถึงทัศนคติและเรื่องราวที่เริ่มจะรุนแรง ผมก็เลยสนใจขึ้นมา... อย่างน้อยมันอาจเป็นกรณีศึกษาที่ดี หรือที่ผมคิด ณ เวลานั้นคือ รู้เรื่องกับเขาไว้บ้างก็ดี ถ้าบางทีมันเกิดเป็นเหตุการณืที่ขัดแย้งกันรุนแรงขึ้น ผมจะได้ไหวตัวและหัวสมองทัน
การเข้าไปในกระทู้แรก(ที่ปัจจุบันถูกล็อคไปแล้ว) ผมไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากบอกว่า โอเค ผมได้รับฟังแล้วนะ แต่จะดูต่อไปว่าข้อเท็จจริงจะออกมารูปแบบไหน (ตอนนั้นงานยังไม่ประกาศล่ม)
มากระทู้สอง อันนี้สนุกกว่า กระทู้นี้เริ่มแรกมาที่การประกาศว่า งานTCA "ล่ม" แล้ว โดยผู้จัดบอกมาเอง และให้ติดต่อรับเงินที่ได้จ่ายไปคืนได้ที่เบอร์พ่อของเขา
แล้วเสียงก่นด่าอันเคียดแค้นของผู้คนก็ไหลทะลักราวกับน้ำป่าไหลบ่า หรือ...เหมือนสึนามิที่ถล่มพังงาในตอนเจ็ดโมงเช้าของวันคริสมาตปีหนึ่งของไทย
อารมณ์คนน่ะครับ... มันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ บุพการีคนอื่นยังไม่ไว้หน้าเลย ผมเข้าไปเบรกเป็นรีพลายแรกของกระทู้นี้โดยมีพี่อโลฮ่าช่วยค้ำเสียงอีกทีหนึ่งโอเคครับ เขาไม่ด่าบุพการี(หรืออาจจะไปด่าในโทรศัพท์ก็ได้)แต่ทีนี้ถล่มเจ้าตัวเลย... มาเป็นระลอกใหญ่ๆ บางคำไม่หยาบคาย แต่เสียดได้แรงมาก
คำถามที่ผุดมาในใจผม... "เดี๋ยว!!! นี่คุณยังไม่รู้เจตนาจริงๆของเขาเลยนะ คุณอาศัยหลักฐานรอบข้าง แล้วเหมาเอาด้านเดียวว่าเขาเป็นเช่นนี้ๆ แล้วอีกด้านหนึ่งล่ะ คุณไม่คิดบ้างหรือ?"
แต่ด้วยเหตุที่ผมไม่อยากเข้าไปยุ่งตรงๆ พูดง่ายๆผมไม่อยากทำแบบไทโคโบะเพื่อนผม เพราะผมขี้เกียจจจจจจจจจจจจจจ มานั่งร่ายยาว โอเค ซอฟท์ๆหน่อยละกัน รีพลายที่สองของผมก็ออกมาในรูปแบบที่ว่า "เรื่องเงิน(อันเป็นTopicหลักของกระทู้นี้)ว่ายังไงบ้างแล้ว?" การพูดซอฟท์ๆแบบนี้คือพยายามจะให้ตัวเอง"เด่น"น้อยที่สุด และสอง ให้มีใครสักคนตอบคำถามบ้าง เมื่อรู้แล้วจะได้ตัดสินว่าจริงๆแล้วนาย ช. คิดคดโกงจริงไหม
เพราะผมอยากรู้กระจ่างชัดทุกอย่างก่อนพิพากษาคน ผู้พิพากษาที่ดีไม่(ควร)เอาแค่พยานแวดล้อม หรือหลักฐานมัวๆสองสามชิ้นมาพิพากษา โดยไม่หาหลักฐานอื่นหรือฟังจำเลยบ้างหรอก
แต่มันไม่งั้นน่ะสิ เพราะตอนนี้ทุกคน "สรุป" เอาเลยว่า หลักฐานที่มีบ่งชี้ชัดว่านาย ช. คิดโกงจริงๆ แถมใครก็ตามที่เพียงแค่ต้องการออกมาบอกว่า "เดี๋ยวก่อนคุณ มองในแง่คุณ ช. บ้างนะ" จะถูกพวกเขาพิพากษาไปทันทีเลยว่า "มึงน่ะไม่รู้อะไร หลักฐานขนาดนี้แล้วเหยียบแม่งเลย"
แล้วไทโคโบะก็เข้ามา
เพื่อนผมคนนี้ เดิมทีผมเล่าให้เขาฟังไม่ได้หมายจะให้เขาช่วยพูดเลย (ผมไม่ชอบลากคนอื่นมาเดือดร้อนด้วยถ้าไม่ถึงเวลาที่ผมจนตรอกจริงๆ) มันแค่เป็นการคุยกันเฉยๆว่า เออ เอ็งรู้ข่าวเรื่องนี้บ้างไหม มันเกิดอย่างนี้ๆขึ้นนะ
แค่นั้นเองแล้วไทก็อยากจะเป็นคนหนึ่งที่มาอธิบาย"มุมมอง"อีกด้านหนึ่งบ้างเท่านั้นเอง แน่นอน ไทพูดมีเหตุผลกว่าผม ส่วนผมเหรอ นอกจากไม่ค่อยจะเก่งเรื่องเหตุผลแล้ว ก็บอกไปแต่แรกแล้วว่าขี้เกียจพูดยืดยาว
แล้วสิ่งที่ผมกังวลก็เป็นจริง ทันทีที่ไทพูด ไทก็โดนยิงทันที ยิงตอบโต้กันไปๆมาๆอยู่สักสามสี่รีพลายไทก็วางมือ ไม่ได้วางเพราะแพ้หรอก แต่ถ้าคุณพิมพ์เรื่องเดิมๆซ้ำๆสามสี่รีพลาย ถามว่าคุณจะพิมพ์เรื่องเดิมเป็นรีพลายที่ห้า หก เจ็ดรึไง? แล้วทำไมไทต้องพิมพ์ซ้ำ ก็เพราะยังมีคนที่ไม่เข้าใจที่ไทพูด แถมยังเริ่มมาตำหนิไทซะอีก อธิบายแล้วอธิบายเล่า มันก็เรื่องเดิมๆ ขอเพียงแค่เขาเปิดใจที่จะมองนาย ช. ในอีกมุมมอง เท่านั้นก็เข้าใจที่ไทพูดแล้ว ไม่เห็นยากเลย
แต่มันยาก เพราะเขาไม่เปิดใจ แถมรั้นแต่จะพูดมุมมองของตัวเองให้ได้พยายามจะให้ทุกคนเชื่อและคล้อยตามว่า นาย ช. ผิดจริง เราไม่ควรยกโทษให้ ไอ้ผิดจริงไหมนั้น ความจริงก็ยังไม่กระจ่างด้วยซ้ำ ที่ผมถามไปว่ามีคนได้เงินคืนหรือยังก็ไม่ได้มีใครตอบ(จนเซินมาตอบ ซึ่งมันไม่ควรจะล่วงมาจนบัดนี้เลย)แล้วก็พิพากษาเขาเข้าไป
ผมไม่ได้เข้าข้างใคร
-ทั้งนาย ช.(ผมจะไปปกป้องเขาทำไม ญาติผมรึก็ไม่ใช่ คนที่รู้นิสัยผมดีๆจะรู้ว่าผมไม่ใช่คนใจดีประเภทเอาตัวไปบังกระสุนให้ชาวบ้านหรอก)
-ทั้งเจ้าไท (ใช่ เพื่อนผม แล้วไง? ถ้าจะบอกว่าเข้าข้างเพราะ"เป็นเพื่อน"ก็มาต่อยกับผมดีกว่า)
-ทั้งฝั่งที่กำลังต่อต้านนาย ช. (ยังไม่รู้ว่าผู้ร้ายเชิดเงินหนีไหม แล้วจะไปช่วยประชาทัณฑ์รึ? บ้าน่า ถึงผมจะชอบลุยแต่ผมก็ไม่ใช่พวกทำร้ายคนที่ยังไม่ผิด)
แต่
- กำลังรอคำตอบว่านาย ช. เชิดเงินจริงไหม (แค่นี้แหละ แค่นี้แหละ ไอ้เรื่องให้พ่อรับโทรศัพท์อะไรช่างมันก็ได้ เดี๋ยวยาว เมือ่ไรมันเชิดจริง หลักฐานที่ผ่านๆมาก็จะชัดเจนเองว่า มันโกงจริง แต่ถ้าไมได้เชิด แปลว่าคุณต้องพิจารณาแล้วว่าในหลักฐานเหล่านั้นคือ"เหตุผลส่วนตัว"ของนาย ช. ที่เราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ไม่ใช่โกงแน่ เพราะถ้าโกงเงินน่ะไม่มีคืนหรอก)
- เริ่มเบื่อกับคนบางคนที่อ่านภาษาไทยออกแต่ไม่รู้เรื่อง มีหัวใจแต่ไม่รู้จักเอาไปใส่ใจคนอื่น มีตาแต่ไม่ยอมมองให้รอบทิศ มีปากแต่สักว่าจะพูด มีสมองแต่ไม่คิดหรือพิจารณา มีพระธรรมประจำใจแต่ไม่ยักเดินสายกลาง!
- เห็นใจเจ้าไท ที่พูดเท่าไรก็ไม่มีใครฟัง (ฟังก็พอครับ ฟัง แล้วคิดตาม ไม่ได้กราบกรานให้เข้าข้างเพื่อนผม)
ถึงตอนนี้อยากลงไปหยุด อยากลงไปพูดอย่างที่พิมพ์มาข้างบน+อีกนิดหน่อยในใจ
แต่รู้ไหม ถ้าอีวานพูดจะเกิดอะไรขึ้น
ต่อไปนี้คือความอัดอั้นตันใจของผม ถ้าผมพูดเมื่อไร โดนสวนต่อแน่ๆ อีกยาว....เลยทีเดียว ถ้าเจลพูด รับรองไม่มีเรื่องต่อหรอก อย่างที่เป็นอยู่นี่ไงครับ (ผมไม่ได้ว่าเจลนะกร๊าก ขออนุญาตอ้างอิง) เจลพูดในสิ่งที่ผมอยากพูด คือ "ไทพยายามจะอธิบาย" มากกว่า "เถียง" แต่มันน่าแปลกดี คนๆหนึ่งพูดเมื่อไรโดนสวนกลับทันที ถ้าอีกคนพูดเรื่องเดียวกันเรื่องก็จะสงบและผ่านไป ไม่เชื่อก็พนันกับผมดู
อัดอั้นตันใจไหม เออสิ เพื่อนผมโดนยิงต่อเนื่องจนถึงบัดนี้ ผมลงไปช่วยไม่ได้ เพราะถ้าลงไปเมือ่ไร ยาววว รักตัวกลัวตายเหรอ ปล่าว... แต่ไม่อยากทำให้ยาว แค่นี้ไม่ยืดเยื้อพอหรือ? แค่นี้กระทู้ไม่แรงพอใช่ไหม?นั่นสิ เพราะงั้นผมก็อยากจะให้มันสงบในเร็ววัน
ซึ่งจริงๆทำอย่างที่เซินบอก คือปล่อยๆมันไปตั้งแต่แรก เดี๋ยวก็ซาไปเอง เป็นวิธีที่ถูก แต่ไม่ใช่สันดานผม ผมยอมรับเหตุผลเซิน ขณะเดียวกันผมก็ไม่เข้าใจเซินว่า บุคคลผู้หนึ่ง(นาย ช.น่ะแหละ) กำลังโดนสังคมรุมยำ ทั้งๆที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงว่ามันเชิดเงินไปแล้วหรือไม่ยอมคืนเราจะปล่อยให้ทุกคนรุมเหรอ?
ในทางเซินก็คือ มันไม่โดนมากไปกว่านี้หรอก
ในทางผม แต่ตอนนี้เขาโดนยำอยู่ คุณจะไม่ทำอะไรเลยใช่ไหม
.............วนไปวนมา.... หาคำตอบไม่ได้
เหมือนผมปรารถนาให้บอร์ดสันติซึ่งวิธีสันติคือปลอ่ยไป เดี๋ยวมันก็สันติเอง แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น เสียงก่นด่าใส่คนที่(ยัง)ไม่ผิด มันก็ดังรบกวนหูผม ผมทนได้แค่ไหนกันที่จะนั่งอยู่บ้าน บอกตัวเองว่า "ช่างมันๆ เดี๋ยวมันก็หยุดเอง"
ขณะที่สมอง สติ ปัญญา บอกว่า "ปล่อยไป ดีที่สุดแล้ว"
สันดานกลับบอกว่า "ออกไปข้างนอก ไปพูด ไปรบ ไปต้านอย่าปล่อยให้คนเหล่านั้นรุมก่นด่าคนที่(ยัง)ไม่ผิดอยู่ฝ่ายเดียว"
คนอย่างเซินและไทอาจจะ(อาจจะ...นะ) ยากที่จะเข้าใจในตัวผม รวมทั้งคนอื่นๆ ตราบเท่าที่"สันดาน"ที่ว่าไม่ได้ติดตัวคุณมา คุณไม่รู้หรอกว่าเวลาที่สมองคุณคิดสิ่งดีๆได้ แต่สันดานภายในเรียกร้อง มันลำบากเพียงใด
แต่ผมไม่ได้โทษไทและเซิน สองคนนี้อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้เห็นว่า อ่อ "ที่จริง"ต้องทำแบบนี้ถึงจะดีที่สุด
ผมกำลังเรียนรู้ที่จะเข้าใจทั้งเรื่องที่สมควรทำ กับสันดานที่ฝังลึกในตัวผม ถ้าวันหนึ่ง ไม่ว่าสมองหรือจิตใจ ฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะ ผมก็ยอมรับ เพราะนี่คือตัวผม
คนอย่างผมไม่มีประโยชน์อะไรมากหรอกครับ นอกจากส่งไปตาย
คนอย่างผมไม่มีวันเป็นขงเบ้งที่ประเมินทุกสถานการณ์ได้และยืนถือพัดดูเหตุการณ์เบื้องล่าง ผมเกิดมาเป็นแค่ทหารที่พัวพันและวุ่นวายอยู่กับสงคราม ด้วยความคิดที่ว่า "ถ้าข้าไม่รบเพื่อฝ่ายA แล้วใครจะรบ ถ้าทุกคนเข้าฝ่ายB หมด แล้วใครจะรบเพื่อฝ่ายA"
งี่เง่าดีแท้
แต่ก็ไม่เลวร้ายเท่าไรหรอก เพราะกระทู้นี้ก็สอนผมว่า
- สันดานคนมันเป็นยังงี้นี่เอง หลายๆคนที่ผมนับถือ รู้จักผ่านๆและเชื่อว่าน่าจะเป็นคนดี ก็มีหางจิ้งจอกโผล่มา แถมทำตัวเหมือนหมาไนที่พร้อมจะรุมเหยื่อได้ทุกเมื่อ
- มันน่าเบื่อที่จะต้องมานั่งพล่ามซ้ำๆให้คนที่อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เหมือนเป่าปี่ใส่หูควาย
- ผมยังเด็กนักในเชิงความคิด สู้เซินยังไม่ได้แต่ผมเชื่อว่าผมไม่เด็กในสันดานบ้าบิ่นแน่ๆ ใครไม่เข้าใจก็แล้วแต่ แต่คุณไม่มีสิทธิมาว่าผมเด็กถ้าคุณไม่ได้มีความคิดหรือจิตใจอย่างผม
- ....บอร์ดAF เรามันมีแต่คนแบบนี้นี่เอง สังเวชยิ่งนัก
เหนื่อยน่ะครับ ถึงได้นั่งบ่นยืดยาว ถ้าหายเหนือ่ยได้ ผมก็จะกระโดดขึ้นม้าแล้วออกไปวุ่นวายต่อ
ผม (ร่างที่มีสติปัญญา) -อ้าว จะออกไปทำไม รู้ไม่ใช่เหรอว่ามันงี่เง่าน่ะ
ผม (ร่างบ้าคุณธรรม)- อ๋อ ใช่ แต่มันตอดเพื่อนข้าไม่เลิกแบบนี้ ข้าก็ไม่เลิกเหมือนกัน จนกว่าจะตายกันไปข้าง
ผม (ร่างอะไรสักอย่าง) - มึงจะอู้งานอีกนานไหม นั่นๆ บก.เดินมาแล้ว
ฮะๆๆ เอาไว้ดูอีกทีก่อนแล้วกันว่าผมจะทำอะไรต่อไป แต่ไม่ว่าจะทำแบบไหนผมก็สนุกทั้งนั้น ครับ
กุนซือสนุกที่ได้ยืนดูความเป็นไปของสงคราม
ขุนพลก็สนุกที่ได้ออกเพลงหมัดเพลงดาบสู้
ฉันใดฉันนั้น.......